วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2551

คุณรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับระบอบทักษิณ?

ระบอบทักษิณ


· ผู้ที่ใช้คำว่า “ระบอบทักษิณ” คือใคร

คำว่า ‘ระบอบทักษิณ’ ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยนักวิชาการรัฐศาสตร์-คอลัมนิสต์ที่เป็นพวกขวาจัด อิงแอบอยู่กับสถาบันจารีตประเพณีมาต่อต้านประชาธิปไตย ปฏิเสธทุนนิยม และต่อต้านโลกาภิวัฒน์ วาทกรรม ‘ระบอบทักษิณ’ เป็นการจงใจผสมปนเปทางความคิดด้วยการจับเอาระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ 2540 ตลอดจนสถาบันการเมืองประชาธิปไตยทั้งหมด มาผูกติดกับตัวบุคคลนักการเมือง แล้วตั้งฉายาแบบเหมารวมว่า ‘ระบอบทักษิณ’ ชูขึ้นเป็นเป้าโจมตี บิดเบือน ใส่ร้าย โดยมิเพียงทำลายตัวบุคคล แต่มุ่งโค่นล้มระบอบประชาธิปไตยและฉีกรัฐธรรมนูญทั้งหมด แล้วโยนบาปไปให้"นักการเมือง" ปกปิดความจริงที่ว่า พวก"จารีตนิยม"นั่นแหละที่เป็นปัจจัยขัดขวางประชาธิปไตยมาทุกยุคสมัย ผู้ประดิษฐ์และใช้วาทกรรม ‘ระบอบทักษิณ’ อ้างว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 ได้มีนักการเมืองชนะเลือกตั้งเข้ามาเกาะกุมระบบการเมือง แล้วใช้อำนาจไปทำลายประชาธิปไตย ละเมิดรัฐธรรมนูญและสิทธิมนุษยชน แทรกแซงองค์กรอิสระ ทำให้กลไกตรวจสอบถ่วงดุลไม่ทำงาน รวมถึงการซื้อเสียงหลอกลวงประชาชน และนโยบายเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จที่กอบโกยประโยชน์เข้าสู่พวกตน ผลก็คือ แม้จะยังมีรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง แต่ทั้งหมดก็ถูกนักการเมืองครอบงำอย่างเบ็ดเสร็จ ฉะนั้น ทั้งประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ ‘ได้ถูกทำลาย’ หรือ ‘ถูกรัฐประหารโดยทักษิณ’ ไปนานแล้วก่อนวันที่ 19 กันยายน ระบอบการเมืองที่ว่านี้แหละ ที่เรียกว่า ‘ระบอบทักษิณ’


· นโยบายของรัฐบาล ระบอบทักษิณ

1. นโยบายขจัดความยากจน
2. นโยบายพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ

3. นโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและแข่งขันได้

4. นโยบายบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

5. นโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

6. นโยบายพัฒนากฎหมายและส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

7. นโยบายส่งเสริมประชาธิปไตยและกระบวนการประชาสังคม

8. นโยบายรักษาความมั่นคงของรัฐ

9. นโยบายตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ


· ผลงานขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี


เศรษฐกิจ

-โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป OTOP)

-กองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้ชาวบ้านนำไปลงทุนทำงานสร้างรายได้

-ชดใช้หนี้สินที่รัฐบาลมีต่อ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

-เพิ่มอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ จากร้อยละ 2.1 ในปี พ.ศ. 2544 ขึ้นมาเป็นร้อยละ 6.7 ในปี พ.ศ. 2547

-เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ เพิ่มจาก 4.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2547 เพิ่มเป็น 5.4 หมื่นล้าน เหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2548
-การเซ็นสัญญาเขตการค้าเสรี (FTA) กับสาธารณรัฐประชาชนจีน

-การเซ็นสัญญาเขตการค้าเสรีกับ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย

-ลดหนี้สาธารณะ จาก 57% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ในปี พ.ศ. 2544 เหลือ 41% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในเดือนกันยายนปี พ.ศ. 2549สาธารณสุข

-โครงการ สามสิบบาทรักษาทุกโรค

-ป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบาดของไข้หวัดนก ใน 2 ครั้งแรก


การเกษตร

-โครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อย เป็นเวลา 3 ปี

-โครงการโคล้านครอบครัว ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

-นโยบายปล่อยราคายางพาราให้เป็นไปตามกลไกตลาด โดยราคายางพาราในสมัยนั้น เพิ่มขึ้นจาก 18 บาทขึ้นสูงสุดเป็น 80 บาท และลดต่ำลงเหลือ 50-55 บาท มีนักวิเคราะห์กล่าวว่า การปล่อยราคา มีผลดีต่อราคา มากกว่าการแทรกแซง

-โครงการกล้ายางพารา สืบเนื่องจากราคายางพาราที่สูงขึ้น นายเนวิน ชิดชอบ จึงเสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี โดยนำยางพาราจากภาคใต้ ไปปลูกที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพืช จำกัด ได้รับสัมปทานในการจัดหากล้ายาง โดยหลังจาก รัฐประหาร 19 กันยายน มีข้อกล่าวหาว่า กล้ายางในโครงการไม่ได้คุณภาพ โดยขณะนี้ คตส. กำลังตรวจสอบอยู่


การจัดงานและการท่องเที่ยว

-เป็นเจ้าภาพจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ในส่วนรัฐพิธี และได้กราบบังคมทูลเชิญ
พระราชอาคันตุกะ เพื่อทรงร่วมถวายพระพรในการนี้ในนามรัฐบาลไทย

-เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ประจำปี ค.ศ. 2003 ในนามประเทศไทย

-โครงการสวนสัตว์กลางคืน เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

-จัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปีในนามรัฐบาลไทย

-เตรียมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ในนามรัฐบาลไทยจนเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้เข้าชมก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน


อื่นๆ

-ทุนการศึกษาให้นักเรียนต่างจังหวัด มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศ โดยใช้รายได้จากการจำหน่ายสลากเลขท้าย 3 ตัวและ 2 ตัว (โอดอส ODOS)

-กู้วิกฤติสึนามิ

-ปราบปรามยาเสพติด และผู้มีอิทธิพล [15]

-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ได้จัดสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดใช้บริการ ก่อนการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 และ โครงการจัดตั้งจังหวัดสุวรรณภูมิมหานคร เพื่อสร้างเมืองใหม่ ในบริเวณท่าอากาศยาน

-นโยบายต่อต้านการคอรัปชั่น

-ตู้ไปรษณีย์ นายกฯ (เช่น กรณียายไฮ ขันจันทา เรียกร้องที่ดินคืนจากการสร้างฝาย เป็นเวลา 20 ปี จนได้รับที่คืน)

-รายการ "นายกฯ ทักษิณ คุยกับประชาชน" ทุกเช้าวันเสาร์ เวลา 08.00-09.00 น. ทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เครือข่ายทั่วประเทศ





· 10 เหตุผล – ระบอบทักษิณสิ้นความชอบธรรม

1. ขายประเทศ โกงภาษี และหลบเลี่ยงกฎหมาย กรณีการขายกลุ่มบริษัทชิน - การขายบริษัทชินคอร์ปซึ่งครอบครองดาวเทียมจำนวน 4 ดวง สถานีโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ และบริษัทสายการบินต้นทุนต่ำ มูลค่า 73,000 ล้านบาท แก่กองทุนเทมาเส็กซึ่งถือหุ้นใหญ่โดยรัฐบาลสิงคโปร์ เป็นการขายกิจการสัมปทานของชาติที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลลุแก่อำนาจโดยแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการขายหุ้นให้ต่างชาติได้เกิน 25% เพียงวันเดียวก่อนทำการขาย เห็นดีเห็นงามกับการตั้งบริษัทบังหน้า เพื่อให้ต่างชาติถือครองหุ้นส่วนใหญ่โดยผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย อีกทั้งหาช่องโหว่ไม่ต้องเสียภาษีการซื้อขายแม้แต่สักบาทเดียว ผู้นำประเทศกลายเป็นแบบอย่างให้เกิดพฤติกรรมโกงภาษี และเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามายึดครองกิจการสำคัญๆของประเทศ

2. เอาชีวิตของเกษตรกร การเข้าถึงยาและได้รับการรักษาของคนไทยทุกคน แลกกับผลประโยชน์ของบริษัทครอบครัวและกลุ่มธุรกิจที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลกรณีการทำเอฟทีเอ การลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับจีน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรที่ปลูกผัก ผลไม้เมืองหนาว และเกษตรกรที่เลี้ยงโคเนื้อโคนมรวมกันกว่า 5 ล้านคน การเดินหน้าเจรจาเอฟทีเอกับสหรัฐจะส่งผลกระทบรุนแรงกว่านั้นหลายเท่า เพราะต้องเปิดเสรีการลงทุน กิจการขนาดเล็กของคนไทยไม่สามารถแข่งขันได้ ต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจ พันธุ์พืชถูกจดสิทธิบัตร ทรัพยากรธรรมชาติถูกครอบครอง ระบบหลักประกันสุขภาพทุกระบบได้รับผลกระทบ และประชาชนไทยต้องซื้อยาในราคาแพง นักลงทุนต่างชาติได้สิทธิฟ้องร้องรัฐ ยอมรับกลไกอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแทนการขึ้นศาลไทย แลกกับผลประโยชน์ของกลุ่มกิจการโทรคมนาคมของครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลุ่มบริษัทรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งล้วนแล้วแต่ใกล้ชิดกับรัฐบาล ทั้งนี้ไม่นับการแก้ไขกฎหมายภายในหลายฉบับเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

3. การแทรกแซงองค์กรอิสระ และการทำลายกลไกการตรวจสอบ - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้ใช้อำนาจทางการเมืองและอำนาจเงินครอบงำวุฒิสภา แทรกแซงกระบวนการสรรหา การได้มา และการทำงานขององค์กรอิสระต่างๆ เช่น คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลไกและกระบวนการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญถูกทำลายลงแทบหมดสิ้น แม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่อาจเป็นที่พึ่งได้ ดังที่ได้ปฏิเสธที่จะพิจารณากรณีการซุกหุ้นภาค 2 ของนายกรัฐมนตรี จากการเสนอของสมาชิกวุฒิสภา 27 คนเมื่อเร็วๆนี้ การขาดกลไกการตรวจสอบทำให้อำนาจการบริหารอยู่ในมือของผู้นำอย่างเบ็ดเสร็จ เกิดการคอรัปชั่นอย่างมโหฬาร และเปิดทางให้ตระกูลชินวัตรและบริวารสืบทอดอำนาจในการบริหารประเทศเยี่ยงทรราช

4. การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพื่อประโยชน์พวกพ้องและบริษัทต่างชาติ - เมื่อมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจโดยการเปิดขายหุ้นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.)นั้น หุ้นทั้งหมดถูกขายเกลี้ยงในเวลาเพียง 1 นาที 17 วินาที หุ้นส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของนักการเมืองพรรคไทยรักไทยและเครือญาติ มีการใช้อำนาจรัฐขยายสัดส่วนการถือหุ้นของเอกชนจาก 25 % เป็น 49% และกำหนดอัตราราคาแกสที่ขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตในราคาที่สูง ดันให้ผลกำไรของปตท.ในปี 2548 สูงถึงกว่า 80,000 ล้านบาท ผลประโยชน์ดังกล่าวถูกแจกจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นและบริษัทต่างชาติ รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ยังเดินหน้าแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) โดยการขายเลหลังราคาถูกในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ประเทศชาติเสียหายมากกว่า 3.3 ล้านล้านบาท อีกทั้งยังคงกุมการผูกขาดและไม่มีกลไกการกำกับดูแลคุ้มครองผู้บริโภค ประชาชนต้องเสียค่าไฟฟ้าในราคาแพงเพียงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนในรัฐบาลและบริษัทต่างชาติในสิงคโปร์ ทั้งนี้ไม่นับแผนการแปรรูปองค์การเภสัชกรรม องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท.) เป็นต้น

5. การยึดครองและควบคุมสื่อ กรณีไอทีวี มติชน และคุกคามการทำงานของสื่อมวลชน นักกิจกรรมทางสังคม - บริษัทของครอบครัวนายกรัฐมนตรีได้เข้าซื้อกิจการของสถานีโทรทัศน์ไอทีวีซึ่งเป็นดอกผลการต่อสู้ของประชาชนในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ใช้อำนาจรัฐลดภาษีสัมปทาน เปลี่ยนกฎเกณฑ์ให้เพิ่มสัดส่วนรายการบันเทิง กลุ่มธุรกิจที่ใกล้ชิดยังได้พยายามเข้าไปยึดครองกิจการของหนังสือพิมพ์มติชน และเข้าไปถือครองในกิจการสื่อต่างๆ มีการใช้งบประมาณของรัฐและงบประชาสัมพันธ์ของธุรกิจที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเพื่อควบคุมสื่อมวลชน สื่อมวลชนและนักกิจกรรมที่หาญกล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนับพันล้านบาท เสรีภาพในการเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนไทยภายใต้ระบอบทักษิณตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา

6. การละเมิดสิทธิมนุษยชน การหายตัวไปของทนายสมชาย และความรุนแรงของปัญหาสามจังหวัดภาคใต้ - นับตั้งแต่ปี 2477-2546 มีผู้ที่ถูกตัดสินลงโทษให้ประหารชีวิตเพียง 323 เท่านั้น แต่ช่วงเวลาเพียง 3 เดือน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน 2545 ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดนั้นมีผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคดียาเสพติดถูกฆ่าตายกว่า 2,000 ราย การใช้การปราบปรามแบบเหวี่ยงแห และการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีการหายตัวของทนายสมชาย นีละไพจิตร การกระทำการอย่างทารุณกับผู้ชุมนุมในกรณีตากใบ รวมทั้งการส่งทหารไทยไปยังอิรักตามคำร้องขอของรัฐบาลสหรัฐฯ คือสาเหตุสำคัญของการลุกลามของปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ที่เกิดจากระบอบทักษิณ

7. การตั้งรัฐอิสระ เปิดเสรีโดยลดทอนกฎหมายภายใน และทำลายการปกครองของท้องถิ่น - กรณีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษพร้อมๆกับการทำเอฟทีเอและแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างเร่งรีบ รัฐบาลชุดนี้ยังได้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้อำนาจฝ่ายบริหารในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น ให้อำนาจนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศอย่างไร้ขอบเขต ทั้งด้านอุตสาหกรรม บริการ หรือแม้แต่กิจการบ่อนกาสิโน เพิกถอนสภาพที่สาธารณสมบัติเช่น เขตธรณีสงฆ์ ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติ รวบอำนาจการบริหารจากองค์กรท้องถิ่น เสมือนการจัดตั้งรัฐอิสระที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายใดๆของประเทศไทย โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำสูงสุดในเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว

8. ความล้มเหลวของการปฎิรูปการศึกษา ปัญหาการโอนย้ายการศึกษาไปสู่องค์กรส่วนท้องถิ่น - การปฏิรูปการศึกษาไม่มีความคืบหน้าใดๆ มาตรฐานการศึกษาในทุกระดับตกต่ำกว่าที่ควรจะเป็น การเปิดเสรีการศึกษาจะทำให้การศึกษากลายเป็นการค้า เป็นการทำลายเป้าหมายของการศึกษาและกีดกั้นประชาชนยากจนออกไปจากระบบการศึกษาในท้ายที่สุด ปัญหาการโอนย้ายการศึกษาไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือเครื่องชี้ความล้มเหลวของการปฏิรูปการศึกษา โดยการใช้อำนาจรัฐมากกว่ากระบวนการมีส่วนร่วม และสะท้อนให้เห็นว่ามิได้มีการสร้างความพร้อมให้เกิดขึ้นทั้งต่อสถาบันการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอด 5 ปีที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในอำนาจ

9. ปัญหาหนี้สินครัวเรือน ช่องว่างคนรวยคนจน ความเป็นจริงและผลกระทบการแจกจ่ายเงินไปสู่ชนบท - เป้าหมายของรัฐบาลคือการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการขยายตัวของตลาดหุ้นโดยไม่ได้ดำเนินการใดๆ ที่เป็นการลดช่องว่างความแตกต่างระหว่างคนร่ำรวยกับคนยากจน หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 103,940 บาท/ครัวเรือน (พ.ศ. 2547) สถิติผู้บริโภคที่เป็นหนี้บัตรเครดิตถือจำนวนบัตรเครดิตสูงสุดเพิ่มขึ้นจาก 16 ใบเป็น 30 ใบ เงินที่รัฐบาลแจกจ่ายเงินไปให้ชนบทในรูปกองทุนหมู่บ้านเป็นการนำเงินที่ควรจะเป็นของท้องถิ่นกลับไปให้ท้องถิ่นแค่เพียงเศษเงิน งานวิจัยพบว่ามีการนำเงินจากกองทุนหมู่บ้านไปซื้อโทรศัพท์มือถือ 400 เครื่องต่อหนึ่งหมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านต้องจ่ายค่าโทรศัพท์เป็นเงินถึง 480,0000 บาท/ปี(ไม่นับค่าซื้อเครื่อง) ต้องเอาเงินนอกระบบมาใช้หนี้กองทุน เอาเงินกองทุนไปใช้หนี้นอกระบบ กลายเป็นวงจรอุบาทว์ของหนี้อมตะ ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจนเพิ่มมากขึ้นทุกทีจนอยู่ในระดับเดียวกันกับเม็กซิโก โคลัมเบีย และอาร์เจนตินา ปัญหาทั้งหมดรอวันปะทุเป็นความขัดแย้งที่รุนแรง

10.ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาโครงสร้างการจัดการทรัพยากร กรณี พ.ร.บ.ป่าชุมชน และการปฏิรูปที่ดินเพื่อคนยากจน - รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มิได้ดำเนินการใดๆที่เป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ข้อเรียกร้องของประชาชนในการปฏิรูปการจัดการทรัพยากร เช่น การผลักดันร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน การบริหารน้ำโดยท้องถิ่น และการผลักดันให้มีการปฏิรูปที่ดินเพื่อคนจนถูกขัดขวางโดยรัฐบาล ในทางตรงข้ามรัฐบาลยังได้สนับสนุนส่งเสริมให้มีการลงทุนที่ทำลายวิถีชีวิตของชุมชน เช่น โครงการเหมืองแร่โปแตซ โครงการท่อส่งก๊าซโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ผู้นำชาวบ้านที่ต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรในท้องถิ่นถูกฆ่ามากกว่า 20 คน รวมทั้งพระสงฆ์นักอนุรักษ์


· ข้อดี ข้อเสีย ระบอบทักษิณ

ขอดีของ ทักษิณและรัฐบาล ดังนี้

1. เน้นเอื้อประโยชน์แก่คนชั้นล่างซึ่งยากจน และมักจะเป็นส่วนที่รัฐบาลก่อนๆไม่เล็งเห็น

2. ใช้หนี้ IMF หมด ( ถึงแม้ว่าจะเป็นของเงินรัฐฯก็เถอะ > การบริหารงาน )

3. ปราบปรามยาเสพย์ติด เช่น ยาบ้า ซึ่งก่อนหน้ารัฐบาลชุดทักษิณ ระบาดหนักมากๆ

4.ปฎิรูประบบ ข้าราชการ

5.ทำให้ราคายางพาราสูงขึ้น

6.สร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่ปล่อยทิ้งไว้ถึง40กว่าปีจนเสร็จ

7. ก่อตั้งโครงการ OTOP เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้มีรายได้

8.ก่อตั้งโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค

ขอเสียของ ทักษิณและรัฐบาล ดังนี้

1. ทักษิณปิดกั้นสื่อปิดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ทำให้ประชาชนไม่พอใจ

2.ข้อเสียจงใจขายชาติเพราะแก้กฏหมายให้ต่างชาติถือหุ้นในไทยได้49%จาก25%

3.ให้ต่างชาติสามารถเช่าครอบครองแผ่นดินในประเทศไทยโดยทำสัญญาได้นาน99ปี

4.ระบอบทักษิณเหมือนกับการล่มสลายของอาร์เจนติน่าและแมกซิโก(ลองไปศึกษาดูได้)

5.โครงการ30บาทช่วยคนได้จริงแต่เป็นการนำเงินในอนาคตของชาติมาใช้ ทำให้เงินในคลังกำลังจะหมด ต้องไปกู้IMF อีก การรักษาก็ไม่มีประสิทธิภาพ

6.ตั้งใจจะขายสมบัติของชาติให้ต่างชาติ

7.ไม่ชัดเจน ในหลายๆเรื่อง เช่น เรื่องหุ้น เรื่องลูก เรื่องการบริหารงาน



  • ความคิดเห็นของบุคคลต่างๆเกี่ยวกับการปฏิวัติในระบอบทักษิณ


สุริยันต์ ทองหนูเอียด ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรเพื่อการปฏิรูปการเมืองภาคเหนือ

สุริยันต์ กล่าวว่า เขามองภาพรวมการยึดอำนาจของทหารในครั้งนี้ว่า น่ามีสาเหตุจากความขัดแย้ง 3 ประการคือ

1.โครงสร้างอำนาจส่วนบนถูกแทรกแซงและเสียประโยชน์อย่างหนัก การแทรกแซงทางการเมืองของระบอบทักษิณมีลักษณะกินรวบ รวมอำนาจเบ็ดเสร็จ แบ่งฝ่าย แบ่งพวก ผูกขาดผลประโยชน์ ทำให้เกิดการรัฐประหาร

2.ทักษิณและบริวาร เหลิงอำนาจ ขาดความชอบธรรม ไม่โปร่งใส ไร้จริยธรรมทางการเมือง การไม่รักษาสัญญาวาจาสัตย์ เรื่อง เว้นวรรคทางการเมืองคือ มรณกรรมของระบอบทักษิณ

3.การปฏิวัติเกิดจากความสุกงอมทางการเมือง อันเนื่องจากสภาพไร้ทางออกทางการเมือง เวลากว่า 8 เดือนที่ไม่มีความชัดเจนใดๆ หลังจากการยุบสภา 24 ก.พ.49 รวมทั้งประชาธิปไตย ภาคประชาสังคม ยังอ่อนแอเกินไปที่จะควบคุมระบอบทักษิณได้ ระบอบทักษิณยังคุมอำนาจทั้งล่างบนได้เช่นเดิม
เมื่อถามว่า ตอนแรกดูเหมือนหลายคนรู้สึกโล่งอก ที่ระบอบทักษิณลงไปได้ แต่กลับกลายเป็นว่า เราต้องมาเจอกลับระบอบเผด็จการทหารอีก และในส่วนของพันธมิตรจะทำอย่างไรต่อไป และพันธมิตรมีทางออกอย่างไรนั้น เขากล่าวว่า เบื้องต้น ต้องสังเกตการณ์ไปก่อน และเสนอว่าควรมีกลไกการตรวจสอบอำนาจ คปค. ทางสังคมด้วย โดย ขอเรียกร้องให้ คปค. ต้องคืนเสรีภาพทางวิชาการและสื่อมวลชนก่อนโดยเร่งด่วน อยากให้ คปค.ผ่อนปรนให้มีการดำเนินกิจการทางการเมืองของพรรคการเมืองได้ อยากให้คณะปฏิรูปการปกครองฯ รักษาคำสัญญาทางอำนาจ ว่าจะคืนให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด
นอกจากนั้น ขอให้ใช้โอกาสที่ประชาชนมอบให้อย่างคุ้มค่าที่สุด เสรีภาพของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยต้องเปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่าเดิม เมื่อแต่งตั้งคณะรัฐบาลชั่วคราวได้แล้ว ต้องคืนสิทธิเสรีภาพทางการเมืองอย่างสมบูรณ์ ให้ภาคประชาชนโดยเร็วที่สุด เร่งปฏิรูปการเมือง สังคมทั้งระบบ โดยให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และถ้าถามในความรู้สึกส่วนตัว ชอบหรือไม่กับรัฐประหารในครั้งนี้ ส่วนตัวรู้สึกไม่ชอบการปฏิวัติ แต่เข้าใจเหตุผลของการรัฐประหารได้



เจษฎา โชติกิจภิวาทย์ ผู้ประสานงานโครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือก

ผมขอคัดค้านการรัฐประหาร การฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ล้าหลังในยุคประวัติศาสตร์ปัจจุบัน เป็นการทำลายกระบวนการประชาธิปไตย บิดเบือนเจตนารมณ์ของวีรชนเดือนตุลาคมพฤษภาคม 2535 ผู้เสียสละชีวิต แม้ว่าปัจจุบัน ประชาธิปไตยที่ว่ายังไม่เป็นที่พึงปรารถนาอย่างแท้จริง ยังมีนักการเมืองน้ำเน่าก็ตามแต่ แต่การรัฐประหารเป็นสิ่งที่ถอยหลังเข้าคลองยิ่งกว่า ประวัติศาสตร์บอกเราเช่นนั้นเสมอ และเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เรามีข้อคิดตรวจสอบกันภายในขบวนการประชาชนได้ว่า มีหลายกลุ่มหลายองค์กรหลายคนที่อ้างว่าสังกัด ‘ภาคประชาชน’ออกมาแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วย มีการแสดงความเสียใจ กับการรัฐประหารที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ แต่หลายกลุ่ม หลายองค์กร หลายคนที่สังกัด ‘ภาคประชาชน’ ได้แสดงบทบาทอะไรกันบ้างที่ผ่านมา โดยเพิ่มอุณหภูมิที่นำไปสู่การรัฐประหารในครั้งนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ มิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เป็นสิ่งที่ประวัติศาสตร์ภาคประชาชนต้องจดจำจารึกไว้ว่าใครที่ ‘ตีงูให้กากิน’ ใครเคลื่อนไหวเข้าทางปืนภายใต้คำกล่าว อ้างความชอบธรรมเพื่อประชาชน และเราจะทบทวนการสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรประชาชนได้อย่างแท้จริงอย่างไรกันดี เพื่อมิให้นักการเมืองที่อยู่ใกล้ภาคประชาชนฉวยโอกาสอยู่ร่ำไป แน่นอนว่า เราต้องเรียกร้องปกป้องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน และให้คณะรัฐประหารคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ สำหรับการปฏิรูปการเมืองนั้น ภาคประชาชน เช่น กรรมกร เกษตรกรรายย่อย กลุ่มชาติพันธุ์ คนด้อยโอกาส และส่วนอื่นๆ ของสังคม ต้องรวมพลังกันสร้างอำนาจประชาชนขึ้นมา เรามิอาจคาดหวัง กองทัพ พรรคการเมือง นายทุน หรือผู้อ้างตัวเป็นผู้นำภาคประชาชน ดำเนินการปฏิรูปการเมืองแทนได้ เราต้องทำเอง เป็นองค์กรของประชาชนอย่างแท้จริง มีข้อเรียกร้องของตนเองในประเด็นต่างๆ ที่เป็นสิทธิพื้นฐาน เช่น สวัสดิการพื้นฐาน อำนาจในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และอื่นๆ ที่ต้องระดมความคิดเห็นกัน ที่สำคัญต้องระดมจากฐานของประชาชน จึงจะมีพลัง โดยมีเป้าหมาย เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม


นิคม พุทธา ผู้ประสานงานมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชฯ ภาคเหนือ

ผู้อำนวยการโครงการลุ่มน้ำปิงตอนบน

การมี คปค.เข้ามานั้น ผมถือว่า ภารกิจที่ 1 คือหยุดยั้งหรือล้มเลิกระบอบทักษิณ มาถึง ณ วันนี้ก็แทบจะเรียกว่าบรรลุ แต่ภารกิจต่อไปคือ จะทำอย่างไรให้ภาคประชาชนโดยเฉพาะท้องถิ่น คนรากหญ้า หรือคนยากจนในภาคเกษตร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ได้เข้าไปมีส่วนปฏิรูปการเมืองและสังคมไทยทั้ง 2 ทาง คือผ่านระบบตัวแทน ตั้งแต่ระดับ อบต. อบจ. ส.ว. ส.ส. และทางที่สองคือ การเข้าไปมีบทบาทปฏิรูปการเมืองและสังคมทางตรง ซึ่งองค์กรภาคประชาชนจะต้องทำให้เกิดความร่วมมือในหมู่ของประชาชนในระดับฐานล่าง ต้องมีกฎหมายรัฐธรรมนูญออกมารับรองสิทธิชุมชน รัฐธรรมนูญที่จะร่างก็ต้องให้รัฐธรรมนูญมีการระบุเวลาหรือเงื่อนไขที่จะออกกฎหมายลูก กรณี การมีส่วนร่วมของประชาชนมีอย่างจำกัดภายใต้ประกาศของ คปค. เช่น ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน และหลายฝ่ายก็เป็นห่วงว่าคณะรัฐประหารจะไม่คืนอำนาจนั้น ตนมองว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ 1. คปค.ต้องยืนยันในเจตนาที่เคยประกาศ คล้ายเป็นสัญญาประชาคม กับประชาชน 2. ภาคประชาชนไม่ควรจะนิ่งเฉยต้องเข้ามามีส่วนร่วม ต้องมีข้อเสนอ ต้องมีข้อเรียกร้องหรือแสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการอำนาจบริหารที่มาจากประชาธิปไตย และออกมาเคลื่อนไหวก็ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของคณะปฏิรูป คือเราต้องใช้กติกาอันนี้ไปก่อน ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 28-29 กันยายน จะมีการจัดประชุมสมัชชาเหมืองฝาย ที่สนามกีฬา 700 ปี จ.เชียงใหม่ โดยจะมีชาวบ้านมาร่วมประชุมกว่า 500-600 คน เบื้องต้นกำลังขออนุญาตผู้ว่าราชการจังหวัดและทหาร เพราะงานนี้เป็นการประชุมของชาวบ้านที่ใช้ระบบเหมืองฝายเพื่อการเกษตรซึ่งเป็นภูมิปัญญาในการจัดการทรัพยากรของชาวบ้าน


รศ.สมเกียรติ ตั้งนโม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

สถานการณ์รัฐประหารในปัจจุบันไม่มีอะไรใหม่ ผมอยากเล่านิทานเรื่อง ‘สิงโตกับหมาจิ้งจอก’ ซึ่งเรื่องมีอยู่ว่า สิงโตก็อยากกินไก่ หมาจิ้งจอกก็อยากกินไก่ แต่ปรากฏว่า วิธีการสิงโตใช้วิธีการตะครุบไก่เลย แต่วิธีการของหมาจิ้งจอกไม่ใช้วิธีการนี้ และใช้วิธีการพูดให้ไก่เดินออกมาจากกรงมาให้มันกิน ซึ่งวิธีการมันเป็นคนละอย่างกัน ฉะนั้น ในขณะนั้น สิงโตเห็นว่าหมาจิ้งจอกกำลังจะกินไก่ จึงตะครุบทั้งหมาจิ้งจอกและไก่พร้อมกัน ในขณะที่ไก่ยังคาอยู่ที่ปากของหมาจิ้งจอก
ในอนาคต ถ้าปล่อยให้กลไกเป็นไปตามทิศทางที่เรียกว่า เปรมาธิปไตยแล้ว จะเกิดผลที่ตามมาคือนายทหาร นักธุรกิจ จะเข้ามาหาผลประโยชน์ร่วมกันในการบริหารประเทศ ดังนั้นประชาชนต้องช่วงชิงการออกแบบการบริหารให้มาที่ฟากของประชาชนให้มากขึ้น ดังเช่น รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ซึ่งมีส่วนดีคือให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพของสื่อ ทางออกของสถานการณ์รัฐประหารดังกล่าว ตอนนี้ สามารถทำในแง่ของสัญลักษณ์ เช่น เปิดไฟหน้ารถยนต์ทุกเวลา เหมือนกับฉายความสว่างให้กับความมืดของประชาธิปไตย หรือแต่งชุดดำ หรือเสนอให้คณะปฏิรูปฯ เปิดกระดานสำหรับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เพื่อช่วงชิงจากคณะปฏิรูปฯ ซึ่งมีแต่พวกเนติบริกร ทำให้รัฐธรรมนูญ มีแต่พวกนักเทคนิค ชนชั้นสูง แต่ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง เพราะประชาชนไม่ช่วงชิงอำนาจ แต่ยืนยันการมีส่วนรวมในการร่างรัฐธรรมนูญ

ภาคผนวก

ประวัติท่าน"ทักษิณ ชินวัตร"

รายชื่อ ครม. "ทักษิณ ชินวัตร " ทั้ง 10 ชุด

ที่มา http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5024172/P5024172.html
ที่มา http://www.thaingo.org/cgi-bin/content/content1/show.pl?0311
ที่มา http://www.sobkroo.com/nayoby1.html
.